[Series]You're beautiful ตอนที่ 1
posted on 02 Nov 2009 18:25 by mizzin-you
You're Beautiful ตอนที่ 1 (1/5)
You're Beautiful ตอนที่ 1 (2/5)
You're Beautiful ตอนที่1 (3/5)
You're Beautiful ตอนที่ 1 (4/5)
You're Beautiful ตอนที่ 1 (5/5)
ติดเรื่องนี้มากๆอ่า^^
นักแสดง หล่อหมดทุกคนเลย..อิอิ รวมถึงนางเอกด้วย
ดาราในเรื่องประกอบด้วย จาง
กึนซอก (Jang Geun Suk), พัคชินเฮ (Park Shin Hye), อีฮงกิ (Lee Hong Ki
แห่ง FTIsland), จองยงฮวา (Jung Yong Hwa), ยูอี (UEE แห่ง After School)
เหอๆ..พี่ชินวู >.<
เนื้อเรื่องก็ประมาณว่า..นางเองต้องปลอมตัวเข้าไปอยู่กับสมาชิกวงชื่อดัง อย่าง..A.N.Jell ซึ่งประกอบไปด้วย
ฮวางแทคยอง หัวหน้าวง ชินวูพระรอง และเจเรมี น้องเล็กของวง
นางเอกต้องเข้าไปสวมรอยแทนพี่ชายฝาแฝดที่ชื่อ โกมีนัม เรื่องวุ่นๆก็เลยเกิดขึ้น
ขอบอกว่าสนุกมากๆ^^
มีตัวอย่างให้ดูด้วย
จิ้มๆ
เหมาะเลย..เที่ยวทะเลตอนอกหักเนี่ย บรรยากาศเศร้าได้อีก
แต่ก็ไม่เศร้ามากหรอก..เพราะมีเพื่อนคอยอยู่เป็นเพื่อน
ถึงจะเศร้ายังไงก็ไม่ร้อง...
ตื่นเช้ามา..เดินริมชายหาด
เป็นบรรยากาศที่ดีนะ เดินเล่นไปกับเพื่อน
ถ่ายรูป เก็บเปลือกหอย เขียนตัวหนังสือบนชายหาด
ดันมาคิดถึงคนๆนั้นซะได้
คิดถึงมากเลย ^^
What is your LOVE? EP_04
ซางมินขับรถไปส่งยูซอนที่บ้าน แล้วก็นอนพักที่นั้นซะเลย เพราะมันดึกมากแล้วเลยไม่อยากรบกวนแม่บ้านมาเปิดประตูให้ และอีกอย่างประหยัดน้ำมันด้วย(ได้ข่าวว่ารถนั้นน่ะ ของยูซอนไม่ใช่หรอ??)
ซางมินกึ่งลากกึ่งแบกยูซอนลงจากรถ ไม่คิดว่าเพื่อนตัวเองจะมีน้ำมากมายขนาดนี้...หุ่นก็สมส่วนดีหรอกแต่ทำไมน้ำหนักยังกะควายแบบนี้ มันทำให้ซางมินค่อยข้างหงุดหงิด ไหนจะเสียพลังงานอีก..งั้นเดียวก็เพิ่มพลังสักหน่อยแล้ว..^^
แม่บ้านจัดการเปิดประตูห้องของยูซอนและช่วยพยุง(ลาก)กับซางมิน ลากคุณชายของบ้านนี้ไปยังเตียง เมื่อถึงเตียงแล้วจึงทิ้งน้ำหนักลงไปอย่างเต็มแรง ถึงอย่างนั้นยูซอนยังคงแน่นิ่งไปไม่ไหวติ่ง สภาพของตัวเองก็ดูไม่ค่อยได้เท่าไร
“คุณซางมิน..ไม่มีอะไรแล้ว ป้าของตัวก่อนนะค่ะ เอ่อ..แล้วคุณจะนอนห้องนี้เลยรึเปล่า ป้าจะได้ไปเตรียมผ้าห่มมาให้”
“ไม่ต้องหรอกครับป้า ใช้ผืนเดียวกับไอ้ยูซอนมันนี้แหละ ไม่รบกวนป้าด้วย”
“งั้นหรอค่ะ..งั้นป้าขอตัวก่อนนะค่ะ”
“ครับๆ ฝันดีนะครับคุณป้า^^”
ซางมินจัดการปิดประตูหลังจากที่คุณป้าแม่บ้านออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สองเท้าก้าวอย่างเร็วไปยังเตียงที่เชิญชวนให้ซางมินล้มตัวลงนอน เมื่อศีรษะซางมินแตะถึงหมอนสองตาก็พร้อมใจกันหลับลงทันที
ทางด้านแจจุงที่กำลังวุ่นอยู่กับการเก็บแก้วเครื่องดื่มที่อยู่บนโต๊ะอาหาร มองดูนาฬิกาที่ตอนนี้บอกเวลาว่าเที่ยงคืนกว่าแล้ว ร่างบางรีบจัดการภาระของตัวเองให้เสร็จก่อนที่จะไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และเดินมายังตู้ล๊อคเกอร์ของพนักงาน เปิดและหยิบชุดของตัวเองมาใส่อย่างเร่งรีบ หลังจากนั้นไม่นานก็พาร่างตัวเองออกไปจากร้านมุ่งหน้ากลับบ้านที่ตอนนี้คงเรียกว่าบ้านของตัวเองไม่ได้...บ้านของผู้มีพระคุณ
ระหว่างที่แจจุงเดินออกมาจากร้านได้ไม่นานนัก รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนตัวตัดหน้าแจจุงอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างบางที่ไม่ทันได้ระวังตัวล้มพับลงไปกองกับพื้น สายตาพยายามมองไปยังเจ้าของรถที่ขับมาชน แต่ดูเหมือนว่าสายตาจ้องมองแบบนั้นยิ่งทำให้บุคคลที่อยู่ภายในรถยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ ไม่คิดแม้จะลงมาดูอาการของคนที่ถูกกระทำ
“โอ๊ย!!” แจจุงพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ดูเหมือนว่าขาของเขาเกิดอาการข้อเท้าแพรงขึ้นมา
ปัง!! เสียงปิดประตูรถ ทำให้แจจุงต้องหันกลับไปมอง...และพบว่าเจ้าของรถสปอร์ตคันที่ว่านี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่เจอกันวันนี้เป็นครั้งแรก..ใช่แล้วล่ะ ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในโรงเรียน
“คุณยุนโฮ!”
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ? ไม่ดีใจที่เจอฉันรึไง?”
“เปล่าครับ แค่ไม่คิดว่าจะเจอคุณในเวลาแบบนี้”
“ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเจอนายเหมือนกัน..ดึกป่านนี้ยังจะเดินเที่ยวเล่นรึยังไง? หึม?”
“ไม่ได้เดินเที่ยวเล่นครับ ผมกำลังจะกลับบ้า..”
“บ้านอย่างนั้นหรอ? เฮอะ! ใช่สิ เพราะที่บ้านหลังนั้นกลายเป็นบ้านของนายไปแล้วนี่ ว่าไงล่ะน้องชายของฉัน...นายกลายเป็นน้องชายของฉันไปแล้วนี่”
“ผมไม่คิดที่จะเป็นน้องชาย หรือลูกบุตรธรรมอะไรทั้งนั้น ผมอยู่ที่บ้านของคุณแค่ฐานะคนอาศัยเท่านั้นและผมก็ไม่มีคิดว่าจะอยู่ที่นั้นนานด้วย”
“อย่างนั้นหรอ? แล้วเมื่อไหร่นายจะออกไปล่ะ?”
“เมื่อถึงเวลาครับ”
“งั้นฉันต้องทำให้มันถึงเวลาเร็วๆซะแล้วสิ เพราะฉันเกลียดขี้หน้าคนอย่างนาย”
“ผมเองก็ไม่อย่างอยู่ให้คุณเกลียดขี้หน้าผมนานนักหรอกครับ”
แจจุงเลื่อนเท้าตัวเองออกจากผู้ชายร่างใหญ่เมื่อเห็นว่ายุนโฮพยายามที่จะเข้าใกล้เขา
“หวังว่าคงไม่กลับคำพูดนะ เพราะอีกไม่นานนายก็ไม่สามารถที่จะต่อในบ้านหลังนั้นอีกต่อไป” สิ้นเสียงนั้นร่างบางถูกแรงกระซากจากฝ่ามือใหญ่ลากไปยังรถหรู
“คุณจะทำอะไรน่ะ!!”
“หึ! ไม่บอกก็รู้นี่น่า!”
ยุนโฮผลักแจจุงเข้าไปในรถอย่างไม่สนใจว่าร่างบางนั้นจะเจ็บรึเปล่า...ส่วนตัวเองก็รีบเดินมายังฝั่งคนขับและกระซากปิดประตูอย่างแรง
รถหรูเคลื่อนตัวไปตามถนน เส้นทางข้างหน้าอาจจะคุ้นกับใครบ้างคนแต่มันไม่คุ้นเลยสำหรับแจจุง มันคนล่ะทางกับที่เขาจะเดินกลับบ้าน..บ้านที่คนร่างสูงนี้ไม่เต็มใจให้อยู่
“อย่าดิ้นรนไปหน่อยเลย นายน่ะอยู่ในฐานะคนอาศัยไม่ใช่น้องชายของฉันซะหน่อยและก็ไม่ใช่ญาติที่มีสายเลือดเดียวกันด้วย”
“จะพาผมไปไหน!! ตอบผมมาสิ!!”
ไม่มีเสียงออกมาจากปากของยุนโฮ...มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ส่งผ่านมา สายตาของแจจุงจับจ้องยุนโฮอย่างต้องการคำตอบ...แต่ที่สุดก็ไม่มีเสียงใดๆออกมาสักคำ
ตึกสูงปรากฏอยู่ในสายตา...ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง เขารู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ต้องออกไปจากที่นี้ให้ได้
เมื่อรถจอดสนิทสองมือของแจจุงพยายามที่จะเปิดประตูออกไป และรีบวิ่งไปให้ไกลที่สุด แต่ก็ถูกมือหนารั้งเอาไว้ และกระชากตัวออกมาจากรถอีกฝั่งหนึ่ง
“หนีก็เปล่าประโยชน์ สู้อยู่นิ่งๆไม่ดีกว่ารึไง? หือ?”
“ปล่อย!! ผมจะกลับ”
“กลับ? แกมีบ้านให้กลับงั้นหรอ? ใช่สิ..บ้านหลังนั้นมันเป็นของแกแล้วนี่ พ่อแม่ฉันกลายเป็นพ่อแม่แกแล้ว แกต้องการแบบนี้ใช่มั้ย!!”
“ผมไม่..ฮึ่ก!”
ยุนโฮใช่ฝ่ามือทั้งสองบีบรัดคอร่างบางอย่างสุดแรง เกิดรอยแดงรอบลำคอ...เสียงหายใจติดๆขัดๆดังขึ้นอย่างทรมาน
“พูดมาสิ!! พูดออกมาว่าบ้านหลังนั้นเป็นของแก พูดออกมาสิ!!!”
“ไม่ใช่...บ้านนั้น มะ..ไม่ใช่ บ้านของ..”
“มันไม่ใช่บ้านของแก!! แล้วแกจะกลับไปที่นั่นเพื่ออะไร!!!”
“ได้โปรด...ปล่อยผม”
สีหน้าของแจจุงดูแย่ลง...ฝ่ามือนั้นก็ยังคงไม่ปล่อย ยังบีบรัดแน่น..แน่นซะจนแจจุงหายใจไม่ได้ นี่เขากะฆ่ากันให้ตายเลยรึไง? ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรอ?
“ได้โปรดปล่อย..ผมเถอะครับ” เสียงที่แหบพร้าพูดออกมาอย่างยากลำบาก สองมือบางจับมือหนาไว้แน่นพร้อมกับออกแรงดึง น้ำตาใสๆไหลลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เพียงแต่ว่าตอนนี้มันเป็นร้องเพื่อขอร้องชีวิต...ร้องเพื่ออ้อนวอนให้คนตรงหน้าปล่อยมือนั้นออก ก่อนที่เขาจะหยุดหายใจ
ร่างสูงผละมือออกจากร่างบาง เผยให้เห็นรอยแดงเถือกตามลำคอ ร่างบางสูดหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดอย่างเร็ว แต่สายตายังคงจับจ้องร่างสูงอย่างไม่วางตา กลัวว่าคนตรงหน้าจะทำร้ายเขาอีก
“ตามฉันมา!!!”
“อ่ะ!”
ร่างบางถูกดึงให้ตามร่างสูงไป...สองเท้าแทบเดินตามคนตรงหน้าไม่ทัน น่ากลัว...มันน่ากลัวเกินไป คนๆนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
ร่างสูงลากแจจุงมายังห้องของตัวเอง... 602 ห้องที่ตรงกับวันเกิดของเขา เปิดประตูออกและลากแจจุงเข้าไปข้างใน ร่างบางเซไปตามแรงที่ถูกกระทำ มือหนายังคงรั้งจับข้อมือแจจุงไม่ปล่อย และดึงร่างบางให้มาอยู่ตรงหน้า จัดการรั้งท้ายทอยและประกบจูบอย่างนิ่มนวล
ดวงตาแจจุงเบิกกว้าง เห็นหน้าของยุนโฮอย่างชัดเจน ใกล้มากจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น...และลืมทุกสิ่งไปชั่วขณะ สัมผัสอันนิ่มนวลทำให้สมองแจจุงขาวโพลนไปชั่วระยะหนึ่ง แต่เมื่อตั้งสติได้รีบยกมือดันแผ่นอกหนานั้นออกห่างจากตัว แต่ก็ไม่เป็นผลร่างสูงนั้นรั้งร่างบางไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง และพยายามรุกล้ำสอดลิ้นเข้ามาภายใน
แจจุงเม้มปากแน่น..แต่ก็ถูกยุนโฮกัดริมฝีปากจนเลือดออก สองมือพยายามหาทางออกเพื่อให้หลุดพ้นจากยุนโฮ พยายามออกแรงผลักและดึงมือที่รั้งร่างตัวเองเอาไว้
ยุนโฮเลียริมฝีปากของตัวเอง..และยกยิ้มขึ้นมา มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดน้ำใสๆที่เอ่อออกมาจากปาก ลากแจจุงที่กระเหือดกระหอบไปยังห้องนอนของตัวเอง และผลักร่างบางนั้นลงบนเตียงอย่างแรง ส่วนตัวเองก็ตามไปคร่อมร่างบางใต้อยู่ภายใต้
“จะทำอะไร?...” เสียงแจจุงสั่นอย่างเห็นได้ชัด
“แบบนี้แกยังไม่รู่อีกหรอ?”
“ปล่อยผม!!! อย่าทำแบบนี้กับผมนะ!!”
“อย่าทำแบบนี้กับผม? แกจะให้ฉันทำแบบไหนล่ะ? บอกมาสิ..ฉันจัดการให้แกได้นะ”
“ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น!! ปล่อย!!!”
น้ำใสๆไหลออกจากดวงตาคู่สวย ใบหน้าหวานหลีกเลี่ยงฝ่ามืออันหยาบกร้านของคนร่างสูงที่พยายามจะลูปไล้
“อย่าให้ฉันทำแบบนี้รึเปล่า?” ยุนโฮกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูแจจุง ...ถึงแม้น้ำเสียงจะดูอ่อนโยนแต่กระทำกลับไม่อ่อนโยนเลยสักนิด มันดูป่าเถื่อนเกินที่จะใช้คำว่าอ่อนโยน
ฝ่ามือหนาไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ จากใบหน้าแสนหวานที่เลอะไปด้วยคราบน้ำตา เลื่อนลงมายังซอกคอขาวเนียนละเอียด..ราวกับผิวของผู้หญิง ยุนโฮไม่หยุดสำรวจแค่ซอกคอเท่านั้น มือซุกซนยังคงไล้ลงต่ำเรื่อยๆ ลากผ่านช้าๆ เน้นย้ำตรงจุดภายใต้เสื้อที่ปกปิดเอาไว้ มืออีกข้างสอดเข้าไปสัมผัสกับผิวเนียนละเอียดที่ยุนโฮยังไม่เคยได้สัมผัสและไม่เคยได้ลิ้มลอง....
“เอามือออกไป!!!”
“ไม่ชอบรึไง? อยากให้ฉันเอาออกจริงๆหรอ?”
“เอาออกไปซะ!!!”
ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้ยุนโฮเอามือออกไป ความอยากมันครอบงำจิตใจแล้ว...สองมือนั้นยังคงยุ่งกับร่างบางไม่เลิก และไม่ยอมหยุดง่ายๆด้วย มาถึงขั้นนี้แล้วต้องต่อยอดให้มันจบ
ยุนโฮจัดการดึงเสื้อแจจุงออกไปให้พ้นทาง...และเมื่อไม่มีสิ่งปกปิด ก็ปรากฏภาพตรงหน้าราวกับเป็นภาพวาดที่ชวนหน้าสัมผัสให้อารมณ์เคลิบเคลิ้ม...แจจุงพยายามดิ้นตัวเพื่อไม่ให้ยุนโฮได้เห็นส่วนบนของร่างกายเขา
“จะดิ้นทำไม? กลัวฉันเห็นไม่ถนัดรึไง?”
แจจุงได้แต่หน้าแดงกล้ำและแสดงความรู้สึกออกมาทางสายตา สายตาเกรี้ยวกร้าดจ้องผ่านดวงตาของยุนโฮอย่างเอาเรื่อง แต่มันก็ไม่ส่งผลให้ยุนโฮหยุดการกระทำ เหมือนจะเป็นส่งเสริมซะมากกว่า
ยุนโฮยิ้มร้ายก่อนที่จะรวบมือทั้งสองข้างของแจจุงไว้เหนือศรีษะด้วยมือข้างเดียว และกดแจจุงลงบนเตียงที่ตอนนี้เตียงนั้นกลายเป็นเตียงของแจจุงไปแล้ว พร้อมกับมือที่ว่างสอดเข้าไปทักทายกับสิ่งเล้นลับที่อยู่ภายใต้กางเกงสแล็คสีเข้ม ลูบคลึงส่วนนั้นเป็นระยะ
“เอาออกไป!!!” ร่างบางที่อยู่ในการควบคุมของยุนโฮร้องออกมา พร้อมกับบิดตัวเพื่อให้มือนั้นหลุดออก...แต่นั้นก็ยิ่งทำให้ยุนโฮสัมผัสกับมันเต็มที่ยิ่งขึ้น ร่างบางสั่นเทาด้วยความกลัว น้ำใสๆก็ยังไม่หลุดไหลไปง่ายๆ แต่ทว่ามันยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อยุนโฮสัมผัสกับร่างกายแจจุง
“สีหน้าของแกตอนนี้มันช่างยั่วฉันนัก อยากให้ฉันทำขนาดนั้นเลยรึไง?”
“ไม่…ไม่ใช่!! ขอร้องล่ะ!! ปล่อยผม...ได้โปรดปล่อย..”
“งั้นฉันจะให้แกปล่อยเร็วๆ”
ริมฝีปากจู่โจมเข้าอย่างจัง...รสเลือดแผ่ซ่านภายในปาก ลิ้นหยาบสอดเข้ามาสำรวจภายใน...ปะทะกับลิ้นบางที่พยายามหลบหลีกการทักทายของลิ้นหนา ริมฝีปากด้านนอกพยายามบดขยี้คนที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร้ความปราณี ริมฝีปากสีสวยนั้นกลับมีเลือดซึมและบวมเจ่อ จนต้องให้น้ำตาแสดงความรู้สึกเจ็บปวดออกมาแทน
ร่างสูงผละออก...แจจุงรีบรับอากาศเข้าเต็มปอด แต่ยังไม่ทันได้หายใจเต็มที่นัก ริมฝีปากนั้นก็ยังจู่โจมเข้ามาอีก แต่ครั้งนี้เพิ่มความรุนแรงเป็นหลายเท่า ริมฝีปากบางถูกดูดให้บวมเจ่อมากขึ้น..แถมมีรสเลือดให้ลิ้มรสอีก แจจุงพยายามเม้มปากตัวเองเอาไว้..เพื่อไม่ให้ร่างสูงได้เข้าไปสำรวจข้างในอีก แต่มีรึที่ร่างสูงนั้นจะปล่อยง่ายๆ
เลื่อนมือหนาที่จับกุมส่วนร่างขึ้นมาบีบกรามของแจจุง ทำให้ริมฝีปากที่แนบสนิทเผยอออก ร่างสูงได้โอกาสจึงสอดลิ้นเข้าไปสำรวจภายในอีกครั้ง รสหวานแปลกทำให้ยุนโฮอยากลิ้มลองรสชาติของมันนานๆ แต่กลัวว่าคนที่ถูกรุกรามจะไม่มีอากาศหายใจ จึงผละริมฝีปากออก
“อย่าทำแบบนี้กับผม...”
“แกพูดเอง..ว่าแกจะออกไปจากบ้านหลังเมื่อถึงเวลา ฉันก็ทำให้มันถึงเวลาอยู่นี่ไง”
“คุณไม่อยากให้ผมอยู่มากขนาดนั้นเลยรึไง?” แจจุงพูดพรางมองไปทางอื่น
“ใช่ ฉันไม่เห็นหน้าแก”
“ถ้าอย่างนั้น ปล่อยผม แล้วผมจะออกไปให้เร็วที่สุด”
“ก็ดี แต่มันคงไม่จบง่ายๆแน่”
ฝ่ามือแกร่งกระชากกางเกงสแล็คที่แจจุงใส่อยู่ออกจากร่าง เผยให้เห็นชั้นในสีขาวที่ปกปิดส่วนสำคัญของร่างกายเอาไว้ และดูเหมือนว่าชั้นในนั้นจะเกะกะขว้างหูขว้างตา ยุนโฮจึงดึงออกด้วยมือเพียงข้างเดียว...
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้ยุนโฮรีบสัมผัส แกนของร่างกายสีหวานน่าลิ้มลองซะเหลือเกิน ยุนโฮปล่อยมืออีกข้างหนึ่งที่จับข้อมือแจจุงอยู่ เลื่อนมาสัมผัสแกนกายสีหวานตรงหน้า ลูบคลึงเน้นย้ำไปถึงปลาย เล่นหยอกล้อกับส่วนปลายทั้งกดเล็บทั้งบีบรัด ทำอย่างไม่สนใจเจ้าของแกนกายนั้น
มือที่อิสระของแจจุงผลักร่างสูงออกจากตัว และรีบก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างเร็วที่สุด พร้อมกับเสื้อเชิ้ตที่ยุนโฮถอดมันออก
“ถ้าคุณอยากให้ผมไปจริงๆ ผมก็จะไป!”
“เชิญเลย!! สภาพแบบแกตอนนี้ ขื่นออกไปแกได้ถูกปล้ำแน่!!”
“แล้วมันต่างกันตรงไหน!! ที่คุณทำกับผมมันคืออะไรล่ะ!!! คุณทำอะไร...”
แจจุงทรุดลงไปกองกับพื้น
“ฮึ่ก..อ่าาาาา”
“เป็นอะไร? แกเป็นอะไร?”
“ฮึ่ก! อ่ะ..อ่าาาาา...”
พยายามที่จะลุกขึ้นยืนแต่ไม่เป็นผลเพราะร่างกายตอนนี้กลับร้อนเหมือนโดนไฟเผา
เหงื่อมากมายที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ต่างไหลออกมาจนเปียกชุ่มไปทั่วทั้งตัว ยุนโฮยืนมองด้วยสายตาว่างเปล่า
ร่างบางขดตัวเมื่อรู้สึกปวดที่ท้องน้อยอย่างรุนแรง และที่สำคัญส่วนนั้นของเค้ามันกำลังขยาย
ตาค้างปรือฉ่ำเยิ้ม เมื่อไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง แจจุงจึงได้แต่ร้องไห้
แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนัก ลมหายใจเริ่มหอบแรงขึ้น
แจจุงไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง รู้เพียงแต่ว่าร่างกายมันร้อนจะตายอยู่แล้ว มันเกิดขึ้นเร็วซะจนแจจุงลำดับเหตุการณ์ไม่ทัน และไม่รู้ว่าตอนนี้จะจัดการกับตัวเองยังไงดี น้ำตาและเสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้ว่าจะไม่ไหวอยู่แล้ว หันไปมองหน้าร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า แทบทนไม่ไหว..มันทนไม่ไหวแล้ว แจจุงกัดริมฝีปากตัวเองแน่น และพยายามควบตุมตัวเองให้ยืนขึ้น...สายตาของแจจุงไม่ไปมองไปที่คนตรงหน้า แต่เขาไปยังห้องน้ำ เขาต้องเข้าไปในนั้น
สองเท้าของแจจุงพาร่างบางไปยังห้องน้ำ โดยที่แต่ละก้าวมันเนินนานเหลือเกิน
“นั่นแกจะไปไหน?” ยุนโฮได้แต่มองหลังแจจุง แต่แล้วก็เกิดรอยยิ้มขึ้นมา
“จัดการกับตัวเองงั้นหรอ?”
แจจุงระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้..ถ้าหากไปพึ่งคนที่พยายามทำร้ายเรา เราเองนั้นแหละที่เจ็บปวด
“ให้ฉันช่วยมั้ย?”
แจจุงเดินเข้าห้องน้ำไป และตรงไปที่อ่างอาบน้ำ เปิดฝักบัวและแช่ตัวเองในอ้าง..น้ำเย็นๆพอจะทำให้ความร้อนในร่างกายทุเลาลงไปบาง ถ้าหากไม่มีใครคนหนึ่งเข้ามาด้วย
“เอาสิ..แกจะจัดการกับตัวเองยังไง?”
“ออกไป..” แม้จะได้ยินเสียงไม่ถนัดนัก แต่ยุนโฮก็รับรู้ว่างร่างบางนั้นพูดอะไร
ข่มตาลง หายใจเข้าปอดลึกๆ มันก็ไม่ช่วยอะไร สองมือที่กอดตัวเองอยู่ เลื่อนลงมาเกาะกุมส่วนอ่อนไหวของร่างกาย ความรู้สึกนั้นมันทนไม่ไหวแล้ว
แจจุงหลับตาลง ปล่อยให้มือนั้นควบคุมมันเอง...จากจังหวะที่ช้ากลายเป็นเร็วและถี่ขึ้น ยุนโฮพอใจกับภาพตรงหน้ามาก...แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากร่วมกับมือบางนั่นมากกว่าจะยืนมอง
ร่างหนาเคลื่อนตัวมาด้านของแจจุงและก้าวผ่านเข้าไปในอ่าง น้ำเย็นๆสัมผัสกับสื้อผ้าที่ยุนโฮสวมใส่แจจุงลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบ้างอย่างตรงหน้า สีหน้าของแจจุงแดงซ่านบอกให้รู้ว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว อยากจะปลดปล่อยมันออกมาซะ
“ที่แกทำอยู่นี่ มันเรียกว่าการช่วยตัวเองงั้นหรอ?” เหมือนว่ายุนโฮจะมองไม่ถนัดนัก จับขาทั้งสองข้างของแจจุงกางออก เพื่อให้เห็นจุดอ่อนไหวนั้นได้ชัดเจน
“ทำต่อสิ”
เสียงนั้นเหมือนจะมีอำนาจควบคุม ร่างบางก็ทำอย่างที่ยุนโฮพูด ถึงแม้ว่าจะอายที่ตัวเองต้องมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้ต่อหน้าคนๆนี้ แต่ในเมื่อตอนนี้เขาทนต่อไปไม่ได้แล้ว ความร้อนยังคงไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย...และจิตใจยังคงสั่งให้จัดการกับตัวเองต่อไป
“ทำแบบนี้แล้วแกจะเสร็จรึไง?”
ยุนโฮคงทนไม่ไหวที่เห็นว่าแจจุงเคลื่อนมือเนิบนาบเหลือเกิน สองมือแกร่งรั้งแจจุงให้แนบชิดกายกับตัวเอง แล้วเลื่อนสองมือนั่นประกบที่จุดอ่อนไหว พร้อมกับเพิ่มความเร็วในการลูบไล้ตั่งแต่โคนถึงส่วยปลาย
“อ่ะ..อ่า” เสียงครางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของร่างบาง
“อย่าส่งเสียงดังสิ แกอยากให้คนอื่นรู้รึไง”
แจจุงยกมือของตัวเองขึ้นมาปิดปาก ความเสียวซ่านที่ส่งผ่านมือหนานั่นเรียกอารมณ์ภายในตัวของแจจุงได้เป็นอย่างดี
“เอามือแกออก”
ร่างสูงประกบริมฝีปาก ส่งลิ้นร้อนไล่ต้อนเก็บความหวานภายในให้มากที่สุด ยุนโฮขยับส่วนอ่อนไหวของแจจุงถี่ขึ้น น้ำขุ่นเหนียวหนืดเอ่อล้นออกมาตรงส่วนปาก ยุนโฮผละริมฝีปากออกจากร่างบางอย่างเร็วที่สุด
แล้วเคลื่อนต่ำลงมา
ริมฝีปากร้อนเข้ากอบกุมส่วนอ่อนไหวของแจจุงเอาไว้จนหมด พร้อมกับดูดดุน..ลากฝ่ามือขึ้นลงๆอย่างเป็นจังหวะ ไม่นานนักร่างบางก็ได้ปลดปล่อยตัวเอง
ยุนโฮกดร่างบางลงและคร่อมร่างบางเอาไว้ น้ำจากฝักบัวไหลปะทะที่แผ่นหลังหนาของยุนโฮ
“แล้วทีนี่แกจะจัดการกับมันยังไง” ยุนโฮชี้นิ้วไปที่แกนกายของตัวเองที่อยู่ภายในกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม พร้อมกับซุกหน้าลงบนต้นคอร่างบางและประทับรอยจูบ ลากลิ้นหยาบเลื่อนลงตามทาง หยอกล้อกับยอดอกสีสวยพร้อมๆกับขยี้ด้วยริมฝีปาก
ดวงตาของแจจุงปิดสนิท รับรู้ถึงสัมผัสที่ยุนโฮมอบให้อย่างชัดเจน...มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างและหยุดตรงแกนกายนวดคลึงอย่างเค้นอารมณ์
“อึ่ก!”
เสียงครางอย่างเลี่ยงไม่ได้หลุดออกมาจากปากของแจจุง ดวงตาทั้งเบิกกว้างขึ้นมาเมื่อถูกนิ้วมือหนารุกรามเข้าที่ช่องเร้นลับด้านหลัง
“อย่าทำแบบนั้นนะครับ!!!!”เมื่อร่างบางครองสติได้จึงตะโดกนออกมาจนสุดเสียง
“คงไม่ได้หรอกมั้ง...เพราะเจ้านี้มันอยากเข้าไปสำรวจข้างในน่ะ”
รอยยิ้มร้ายปรากฏอยู่บนหน้ายุนโฮ สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกำลังขยาย...แกนกลางร่างกายของยุนโฮสัมผัสช่องทางด้านหลังโดยผ่านเนื้อผ้าที่ปกปิดส่วนนั้นเอาไว้
“อยากรู้จัง..ว่าข้างในของแกมันเป็นยังไง?”
นิ้วยาวลูบวนอยู่ตรงทางเข้า พยายามสร้างความเสียวซ่านให้แกร่างบาง ร่างบางกระตุกขึ้นมาทันทีเมื่อนิ้วนั้นพยายามสอดเข้ามาด้านใน
“เอานิ้วออกไปนะ!!”
ร่างบางออกแรงผลักร่างสูงออกจากตัว แต่แรงเพียงแค่นั้นจะช่วยอะไรได้...ยุนโฮรวบมือทั้งสองข้างของแจจุงเอาไว้เหนือหัว แล้วแนบหน้าลงมา..
“แกอย่าร้องให้มันดังมากนะ เดี๋ยวคนอื่นจะตื่นขึ้นมาเพราะเสียงครางของแกหรอก”
ยุนโฮประกบริมฝีปากบางอย่างนิ่มนวล...แต่ก็ดูดดุนริมฝีปากนั้นให้ห่อเลือด รสเลือดแผ่ซ่านอยู่ในปาก...รสเค็มปร้าที่ไม่เคยลิ้มลองมากก่อน มันยิ่งทำให้อยากลองมากยิ่งขึ้น ลิ้นหนาสอดเข้ามาสำรวจภายใน...เกี่ยวรัดกับลิ้นบางที่พยายามหลบเลี่ยง
ริมฝีปากผละออกจากกัน น้ำใสๆเป็นเส้นเชื่อมโยงระหว่างกัน ดวงตาอ่อนล้าของแจจุงปิดลง และพยายามควบคุมสติให้ได้มากที่สุด..ความร้อนที่อยู่ภายในก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้น ไม่มีทีท่าว่ามีนจะหายไปเลย แต่ทว่าปล่อยร่างกายไปตามคนข้างบนนี้ไม่ได้เด็ดขาด สมองสั่งให้ทำแบบนั้นแต่ร่างกายกลับนิ่งเฉย ยอมรับสัมผัสอันน่ารังเกียจนั้นอย่างยอมแพ้
“หึ! ที่นี้นายจะมีหน้าอยู่บ้านฉันอีกหรอ?”
แจจุงหมดสติไปแล้ว...ไม่หลงเหลือความรู้สึกแล้วในตอนนี้
ตามชื่อเรื่อง..ช่วงนี้มีงานที่ต้องทำเยอะมากๆๆๆๆๆๆ
ไม่ใช่งานที่ต้องส่งอาจารย์ ..ไม่ใช่งานที่ต้องเอาคะแนะ
แต่เป็นงานที่ต้องเอาตังค์ 55+
แบบว่าช่วงนี้เกือบกินแกรบแระ..ต้องรีบสะสมตังค์
...เพื่ออนาคต...
(เพื่อดงบัง)
กะว่าเก็บตังค์ได้เยอะเมื่อไหร่จะถอยPHOTO BOOK เล่มทึก ราคาโคตะระแพง
แต่ตอนนี้ไม่มีปัญญา..เลยต้องรอไปก่อน อ่านะT^T
แงๆ คนไม่มีเวลาทำงานตัวเป็นเกลียว
เพื่อเงิน
รอก่อนนะ..ฉันจะสอยเทอมาให้ได้!!!!
วันนี้นั่งเปิดเวปไปเรื่อยๆ..ดันไปเจอ "บล็อก"นี้เข้า น่าสนใจดี ขายโฟโต้บุ๊คดงบังด้วย^^
(http://tvxqsoul.exteen.com)
แม้ว่าจะเป็นของมือสองยังคงแพงโคตะระเลย ราคาเกือบ 2000 แน่ะ
แงๆ ไม่มีตังค์....T^T
อิฉันยังไม่ได้เงินคืนมาเลย..ดันมีน้ำใจเอาตอนอยากได้ของ
จ่ายค้าของในงานวันวิทย์ ที่โรงเรียน ตังค์ 2000
แถมตอนนี้ยังเบิกกลับไม่ได้เลย
...กินแกรบไปเลยทีเดียวครับพี่น้อง...
ถ้าได้2000นั้นกลับมาล่ะก็
เล่มนี้ได้อยู่ในมืออิฉันแน่ๆ ชัวร์เลย!!
ขอยืมรูปมาหน่อยนะค่ะ..แฮะๆ
เค้ามีเขียนกำกับไว้อย่างนี้ด้วย
" ขาย 1800 บาท มันเป็นตำนานมากกว่าจะหาซื้อได้
ประกอบด้วย Photobook Cd Vcd 1st Single Hug
"
เล่มนี้ก็อยากได้
ขาย 1800 บาท มันเป็นตำนานมากกว่าจะหาซื้อได้
ประกอบด้วย Photobook Cd Vcd 2nd Single The Way You Are
ต่อมอยากได้มันเริ่มทำงานอีกแระ!!!
What is your LOVE? EP 03
บ้านตระกูลจอง>>
ทันทีที่ยุนโฮกลับมาถึงบ้านก็ก้าวเท้ายาวๆ ขึ้นไปชั้นบน
แจจุงที่นั่งรถคันเดียวมากับเขาทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นการกระทำของยุนโฮ
เขาเองก็รู้สึกได้ว่าร่างสูงนั้นไม่พอใจที่เขามาอยู่ที่บ้านหลังนี้...แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไง
ในเมื่อตอนนี้ก็มีเพียงคุณลุงยุนจางเท่านั้น ที่เป็นผู้ปกครองของเขา...
"แจจุง
ลูกจะขึ้นไปข้างบนเลยมั้ย?"
"เอ่อ..ครับ"
"งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปซื้อของใช้ส่วนตัวกัน
ลูกอยากได้อะไรเป็นพิเศษรึเปล่า?"
"ไม่ล่ะครับ งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ"
แจจุงโค้งให้ลุงยุนจางทีหนึ่งก่อนจะพาร่างตัวเองขึ้นไปข้างบนอย่างเหนื่อยๆ
เท้าของแจจุงเดินไปอย่างช้าๆ สายตาก็พรางเหลือบมองห้องของตัวเอง...แต่มันคงง่ายหน่อย เมื่อมีป้ายติดไว้หน้าห้อง..."แจจุง"
ร่างบางเห็นชื่อตัวเองติดไว้เจอเปิดประตูเข้าไป สายตาของร่างบางโตขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าภายในห้องนั้นตกแต่ง
อย่างสวยหรู...ทั้งเตียงนอน ตู้
โต๊ะ...และของอื่นๆอีกมากมาย เตรียมเอาไว้ให้เขาหมดแล้ว
แจจุงวางกระเป๋าสะพายไว้ข้างเตียงแล้วเดินสำรวจห้อง...ก่อนที่ตัวเองจะล้มตัวลงนอนบนเตียงที่แสนนุ่มสบาย
จนเผลอหลับไป
ห้องยุนโฮ>>
ร่างสูงที่ตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่...ถึงแม้ว่าจะอาบน้ำแต่ร่างสูงกลับรู้สึกหงุดหงิดที่เขาต้องมีน้องชายเพิ่มขึ้น
เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจร่างบางนั้นเท่าไรนัก...แต่ความรู้สึกแบบนี้มันเกินกว่าที่เข้าใจได้ว่ามันคืออะไร
หลังจากอาบน้ำเสร็จ
ยุนโฮก็พาร่างออกจากห้องน้ำ..พรางขยี้ผมที่เปียกปอนเบาๆ
และใส่เสื้ออย่างเร่งรีบ เพราะตอนนี้มันถึงเวลากินข้าวแล้ว
พอยุนโฮแต่งตัวเสร็จก็ก้าวออกจากห้อง แต่สายตากลับไปเห็นห้องๆหนึ่งที่ตอนนี้ประตูเปิดอยู่
ที่ประตูมีป้ายติดว่า"แจจุง" แค่เห็นป้ายนั้นอารมณ์ยุนโฮก็ก็ฉุนขึ้นมาอีกครั้ง...
ร่างสูงเกิดอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา...เท้าทั้งสองข้างของยุนโฮก้าวเข้าไปในห้องของแจจุงอย่างเงียบๆ
ภายในห้องมืดสนิททำให้สายตายุนโฮมองไม่ค่อยเห็นเท่าไรนัก ร่างสูงกวาดสายตาหาสวิตซ์ไฟและเปิดมัน และเมื่อแสงไฟสาดส่องเข้าตา ภาพตรงหน้าตรงที่นอนที่แสนกว้างใหญ่เขาเห็นร่างบางนอนหลับอยู่บนเตียงหลับตาพริ้ม
หลับสบายจังเลยนะ ยุนโฮมองใบหน้านั้นอย่างโกรธ...ใบหน้าของคนตรงหน้านี้มันน่าจะทำลายซะเหลือเกิน ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะไม่เคยทำอะไรให้ยุนโฮเดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย แต่ยุนโฮกลับมองว่าคนตรงหน้ามันน่าจะทำลายซะ
ยุนโฮจ้องหน้าแจจุงได้สักพัก
น้ำใสๆก็รินไหลจากดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิท...ทำให้ร่างสูงตกใจขึ้นมาทันที
"แม่..ครับ
อย่าจาก...ผมไป
อย่าทิ้ง..ผม ไป..เหมือนกับพ่อ..เลยนะ..ครับ"
จริงอยู่ที่ร่างตรงหน้าน่าสงสาร จริงอยู่ที่ร่างตรงหน้าไม่เหลือใคร จริงอยู่ที่ตอนนี้มีเพียงพ่อของยุนโฮเท่านั้นที่สามารถปกป้องร่างบางนี้ได้ แต่ทำไมกับยุนโฮ..เขาอยากทำลายซะ
"นี่!! ตื่นได้แล้ว!!" ยุนโฮที่จ้องมองอยู่นาน...ใจก็เริ่มไหวหวั่น
ทนไม่ได้ที่คนร่างบางนั้นร้องใครคิดถึงพ่อแม่
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง..ร่างบางตรงหน้าแสดงทีท่าว่าตัวเองไม่เสียใจกับเรื่องพวกนี้แล้ว บอกว่าชินกับการสูญเสียแล้ว แต่ตอนนี้..ตอนที่อยู่คนเดียว กลับร้องไห้อย่างนั้นหรอ?
เสียงนั้นทำให้แจจุงลืมตาขึ้นมา...เขาเห็นว่าร่างสูงยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าเขา
แจจุงยันตัวขึ้นจากเตียงพรางเช็ดน้ำตาที่เอ่อรอบดวงตาอย่างรีบๆ
"จะนั่งอย่างนี้อีกนานมั้ย?"
แจจุงรีบลุกทันทีเมื่อคำพูดนั้นเป็นเหมือนคำสั่งให้เขารีบลุก
"ไปกินข้าว"
ยุนโฮพูด
ก่อนที่ตัวเองจะก้าวออกจากห้องไป ทิ้งให้เเหลือแต่ความงงงวย...แจจุงพยักหน้าเบาๆ
ก่อนที่ตัวเองจะเดินตามร่างสูงไป
"ยุนโฮ
แจจุง มาทานข้าวเร็วลูก" ทันทีที่ยุนโฮกับแจจุงลงมาข้างล่าง แม่ยุนโฮเรียกทั้งสองคนด้วยใบหน้าแจ่มใส
ทั้งยุนโฮและแจจุงต่างทานข้าวกันอย่างเงียบๆ
แจจุงรู้สึกถึงความอึดอัด..ที่ยุนโฮมอบให้ ยุนโฮนั่งทานข้าวโดยที่สายตายังคงมองแจจุงแบบโกรธๆ..และเกลียดร่างบางที่นั่งอยู่ตรงหน้า
เมื่อทานอาหารมื้อค่ำเสร็จแล้ว
ต่างคนต่างแยกกลับห้อง แจจุงก้าวเท้าขึ้นไปข้างบน...แต่ในใจพรางนึกขึ้นมาได้ว่าร่างสูงนั้นยังไม่ได้ดื่มนมจึงนำนมอุ่นๆ
ไปให้
ใจหนึ่งก็กลัวอีกใจหนึ่งก็กล้า
แจจุงสับสนกับความรู้สึกแบบนั้นสักพักก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะสาวเท้าไปตามบันไดทีละขั้น เมื่อถึงหน้าห้องยุนโฮแจจุงลังเลก่อนที่จะเคาะประตูและวางนมไว้ที่พื้นหน้าประตูห้อง และตัวเองหายเข้าไปในห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว
ยุนโฮเปิดประตูออกมาเมื่อเห็นว่ามีใครสักคนหนึ่งมาเคาะประตู แต่พอเปิดประตูออกมากลับพบความว่างเปล่ามีเพียงแก้วนมอุ่นๆเท่านั้นที่วางอยู่ ร่างสูงนึกขึ้นมาได้ว่าหลังจากที่ทานข้าวเสร็จยังไม่ได้ดื่มนมเลย...ปกติเขาจะดื่มนมหลักจากที่ทานข้าวเสร็จแล้วทันที แต่วันนี้เขาลืมไปได้ไงหรือว่าเป็นเพราะร่างบางนั้น เขาไม่อยากอยู่ข้างล่างนั้นเพราะว่ามีร่างบางนั้นอยู่ คงจะใช่มั้ง และแก้วนมนี้อาจเป็นแม่เขาเองที่นำมาวางไว้
ยุนโฮหยิบแก้วนมอุ่นๆ...ริมฝีปากจิบลงปากแก้ว แล้วดื่มเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปิดประตูห้องดังปัง!
ร่างบางที่แอบดูอยู่จากห้องตัวเองก็โล่งใจเมื่อเห็นว่ายุนโฮหยิบแก้วนมนั้นยกดื่ม
“เซ็งๆ ทำไมยุนโฮถึงต้องรีบกลับบ้านด้วยเนี่ย แล้ววันนี้ฉันก็ไม่ได้ไปเที่ยวอ่ะดิ ซางมินนายโทรหายุนโฮมันหน่อยดิ โทรให้มันออกหน่อย”
“ง่า..ทำไมต้องฉันล่ะ? ยิ่งค่าโทรไม่มีอยู่ด้วย -3-“
“เป็นฉันงั้นหรอ?”
หงึกๆ ซางมินพยักหน้าอย่างรู้งาน ท้ายที่สุดยูชอนก็เป็นคนเสียสละโทรฯหายุนโฮซะเอง
“อ่ะ ยุนโฮ แกออกมาข้างนอกได้รึเปล่าว่ะ?” หลังจากรอสัญญาณรอสายได้สักพักเจ้าของโทรศัพท์ก็กดรับ และยูชอนก็รีบพูดกรอกออกไปอย่างรวดเร็ว
[มีอะไร เกิดเรื่องขึ้นงั้นหรอ?]
“เปล่าๆ ซางมินมันอยากไปเที่ยวอ่ะ มันเลยให้ฉันโทรฯมาชวนแกน่ะ”
“อ้าว! ทำไมต้องโยนมาให้ฉันด้วยวะ” ซางมินพูดพร้อมกับทำหน้ายู่ใส่ยูชอน ถึงอย่างนั้นยูชอนก็หน้าด้านไม่รู้สึก
[หรอ? อืม งั้นเดี๋ยวฉันออกไปนะ]
“อืมๆ ดีๆ เจอกันที่บ้านฉันนะ”
“ไอ้ยูชอน ฉันบอกแกตอนไหนว่าฉันอยากไปเที่ยว ก็มีแต่นายเท่านั้นล่ะดิ้นพล้านอยากไปเที่ยวอ่ะ”
หลังจากวางสายจากยุนโฮไป ซางมินเริ่มเปิดปากพูดอย่างระบายออกมา...เพื่อนกันช่างทำกันได้นะ
ไม่นานนักยุนโฮก็มาถึงบ้านยูชอนพร้อมรถคันหรู และขับเคลื่อนออกไปยังคลับบาร์ร้านประจำ
“อ่า วันนี้ขอให้สนุกเต็มที่นะ ไม่เมาไม่กลับ”
“เออ..ถ้าแกเมาฉันก็จะไม่ลากแกกลับ ปล่อยให้แกนอนที่นี่แหละ”
“555+ นายพูดอะไรนะ? ยุนโฮดื่มนี้สิ รสชาติสุดยอดเลย”
“ไม่ล่ะ ไม่อยากดื่ม”
กรุ๊งกริ๊งๆ เสียงประตูหลังร้านถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับปรากฏร่างของชายคนหนึ่งในชุดพนักงาน ใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ร่างอันเบาะบางสั่นเทาตามแรงเหนื่อยหอบ
“ขอโทษที่มาสายครับ! เดี๋ยวตรงนี้ผมรับต่อเองครับ” ร่างบางที่คิดว่าตอนนี้กำลังมีความสุขกับบ้านหลังใหญ่โต กลับมายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มสดใส…ยุนโฮเห็นใบหน้าสดใสแบบนั้นแล้วอยากทำลายซะเหลือเกิน
“แจจุง!! มาช้าจังเลย” ร่างของผู้ชายคนหนึ่งโอบกอดจากทางด้านหลังด้วยท่าทีสนิทสนม
“ถ้านายไม่มาฉันจะทำยังไงอ่ะ ใจร้ายๆ ปล่อยให้ฉันรอได้ไง”
“ขอโทษนะ พอดีฉันมีเรื่องนิดหน่อยนะ”
“มีเรื่องงั้นเหรอ? นายเป็นอะไรมากไหมแจจุง! ไหนๆให้ฉันดูหน่อย”
“อ่า ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...ฉันไม่ได้ไปมีเรื่องสักหน่อย แค่มีเรื่องเล็กน้อยที่ทำให้ฉันมาสายน่ะ”
“งั้นหรอๆ เหอๆ ถ้านายไม่มาฉันคงถูกลวนลามอีกแน่เลย T 3 T”
“ฉันจะปล่อยให้นายถูกลวนลามได้ยังไงล่ะ หือ?”
แจจุงหยิกที่แก้มนุ่มๆนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว ทำไมเพื่อนรักคนนี้ถึงได้น่ารักขนาดนี้เนี่ย...ฮ่ะฮ่า น่ารักน่าแกล้งซะจริงๆ
“แจจุง นายรับไปรับออร์เดอร์โต๊ะเก้าทีนะ” เสียงของพนักงานรุ่นพี่ดังลอยเข้ามาในประสาทสัมผัส
แจจุงอย่างรวดเร็ว
“ครับ!” ร่างบางตอบรับอย่างชัดเจนพร้อมกับก้าวเท้าไปยังโต๊ะเก้าเพื่อรับออร์เดอร์
“สวัสดีครับ รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”
“อ่า ไม่เอาเครื่องดื่มอะไรหรอกครับ แต่ผมจะสั่งอาหาร...ผมเอาทุกอย่างที่มีอยู่ในเมนูนี้ ช่วยจัดมาให้ผมด่วนเลยนะครับ เพราะตอนนี้ผมตาลายหมดแล้ว รีบๆนะครับ”
แจจุงพยักหน้ารับอย่างงงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำตามอย่างว่าง่าย สายตาคู่สวยจับต้องไปที่ทรงผมอันคุ้นๆ แต่ด้วยหน้าที่จึงรีบกลับไปทำต่อ แจจุงส่ายหัวนิดๆ หลังจากเห็นทรงผมอันคุ้นตา
“แจจุง ฉันไปเข้าห้องน้ำนะ เดี๋ยวมา”
“ให้ไปเป็นเพื่อนไหม?”
“อ่า..ไม่ต้องหรอก วันนี้คงไม่เป็นไรมั้ง คนก็ไม่เยอะด้วย”
“อืมๆ ระวังตัวล่ะ”
‘ระวังตัว’ กลายเป็นคำประจำที่แจจุงพูดกับจุนซู ผู้ชายที่หน้าตาไม่ให้กับเพศเอาซะเลย...ตัวเป็นผู้ชายแต่หน้ากลับเหมือนผู้หญิง ยิ่งเวลายิ้มแยกแทบไม่ออกแน่ะว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย..
ด้วยความที่ใบหน้าเป็นแบบนั้น จุนซูเคยถูกผู้ชายลวนลาม...เพราะเหตุคิดว่าเป็นผู้หญิง แถบด้วยร่างกายที่บางซะเหลือเกินอีก ก็คงไม่แปลกหรอกที่ผู้ชายด้วยกันจะมองด้วยสายตาแบบนั้น แต่ที่แปลกกว่านั้นก็คือ..จุนซูเป็นโรคชนิดหนึ่ง เป็นโรคที่ไม่มีหมอคนไหนบนโลกใบนี้สามารถรักษาได้และเป็นโรคที่แปลกมากจริงๆ...จุนซูเป็นโรคกลัวผู้ชายขึ้นสมอง ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนไม่ดีจุนซูก็กลัวไปหมดซะทุกคน จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ จุนซูน่ะ..เวลาถูกผู้ชายแตะสัมผัสโดนตัวนิดหนึ่งก็มีผื่นแดงขึ้นตาตัว ถ้าโดนมากก็ยิ่งเป็นมาก ถ้าโดนนิดเดียวก็ยังดีอยู่...จุนซูก็ไม่เข้าใจเหมือนว่าว่าทำไมเขาถึงมีอาการแบบนี้
คนเดียวที่สัมผัสจุนซูได้ก็คือ...แจจุง แจจุงคนเดียวเท่านั้น ในโลกนี้ไม่มีใครอีกแล้วที่สัมผัสตัวจุนซูแล้วจะไม่เป็นผื่นแดง และเพราะเหตุนั้นจุนซูจึงเลือกที่จะอยู่ใกล้แจจุงเป็นพิเศษ ถ้าหากเขาไม่ได้มีแจจุงยืนอยู่ข้างๆ เขาก็ต้องหาวิธีป้องกันการสัมผัสโดยการใส่เสื้อแขนยาวที่ปิดคลุมถึงปลายนิ้ว หรือเสื้อคอเต่าที่ไม่ค่อยเหมาะอากาศช่วงหน้าร้อนแบบนี้
ร่างบางนำร่างตัวเองมาถึงห้องน้ำ...ก้าวอย่างเร่งรีบเพื่อรีบจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จ จุนซูเลือกเข้าห้องที่อยู่ในสุด เพื่อที่จะทำธุระส่วนตัวได้สะดวก
หลังจากนั้นไม่นานจุนซูก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ...ยืนล้างมืออยู่ตรงอ่าง แต่แล้วอยู่ๆเงาของชายหนุ่มร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาในห้องน้ำ ซึ่งเท้าที่ก้าวเข้ามานั้นมันช่างทุลักทุเลซะจริงๆ เขาควบคุมการนำของเท้าได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป...ร่างสูงที่ตอนนี้ใบหน้าแดงกล้ำเอามากมาย บ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาเมาแล้วจริงๆ
ร่างสูงหยุดอยู่ตรงอ่างล้างหน้าพร้อมกับเปิดน้ำอย่างแรง จุนซูรู้แล้วว่าเขาต้องรีบออกไปจากห้องน้ำนี้โดยด่วน สันชาตญาณบอกว่าเขาต้องรีบไป
ร่างบางสาวเท้าอย่างรีบเร่งเพื่อหวังที่จะออกจากที่นี่โดยเร็ว แต่แล้วมือหนาเอื้อมมาจับข้อมือร่างบางเอาไว้ ทั้งที่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรั้งร่างบางนี้ไว้ด้วย
“คะ คุณจับมือผมทำไม!?!” ร่างบางสติแตกไปแล้ว อีกเดี๋ยวไม่กี่วินาทีโรคบ้าๆนั่นมันต้องกำเริบอีกแน่เลย ร่างบางพยายามสะบัดมือออกจ่างร่างหนานั้นแต่ก็ไม่เป็นผล
ร่างหนาได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งแต่มือยังจับแน่นไม่ยอมปล่อย มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาจับมือของร่างบางนี้ด้วย...คำตอบคือ ไม่รู้เหมือนกัน
“ปล่อยผมสิ!!! บอกให้ปล่อยไง!!!” ร่างบางทนไม่ไว้อีกแล้ว เมื่อตัวเองรู้สึกแปลกๆที่ถูกมือหนาจับ ต้องเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมา อาการนั้นมันมาแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ต้องใช่แน่ๆ ร่างบางทำอะไรไม่ถูกรู้เพียงว่าตอนนี้..เขาต้องออกไปจากที่นี้
“จะจับมือผมทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!!!” ร่างบางกระชากมือตัวเองออกมา เป็นผลทำให้ร่างหนาติดสอยไปกับแรงกระชากของตัวเอง ร่างบางเสียหลักลงไปกับพื้นแต่เนื่องด้วยมีพันธะเกาะติดอยู่ที่มือ ทำให้ร่างหนานั้นสอยติดมากับเขาด้วย ร่างหนากระแทกลงกับร่างบสงอย่างแรง จุนซูร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่แล้วต้องหวีดร้องออกมา เมื่อคนร่างหนานั้นทับทาบกับตัวเขาพอดิบพอดี ร่างบางดิ้นออกอย่างทุลักทุเล ร่างหนานั้นน้ำหนักไม่ใช่น้อยๆ จะให้ใช้แรงนิดเดียวคงไม่ไหวหรอก มันต้องมากกว่านั้นเป็นร้อยเท่า
ไม่มีแรงที่จะสามารถเอาชนะคนไร้สติอย่างร่างหนาได้ พยายามผลักคนตรงหน้าออกไปให้พ้นตัว แต่ร่างหนานั้นตอนนี้หมดสติไปแล้ว...
พระเจ้าฮะ!...โปรดช่วยผมด้วย อาการบ้าๆนี้มันกำเริบอีกแล้ว! ฮือๆ ผมอยากตายซะตอนนี้เลยจริงๆ ทำไมเพราะเจ้าต้องให้ผมเกิดมาพร้อมๆกับโรคกลัวผู้ชายแบบนี้ด้วย!! ทำไมท่านต้องกลั่นแกล้งผมขนาดนี้
“แจจุง!!!! ช่วยฉันด้วย!!!!!” จุนซูตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง ร่างหนาที่คิดว่าหมดสติแล้วกลับเด้งตัวขึ้น ใช้สองมือค่อยๆยันร่างตัวเองขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นน้ำหนักอีกครึ่งหนึ่งก็ยังทิ้งไปที่ร่างบางที่อยู่ภายใต้
ชื่อเมื่อกี้คุ้นๆนะ
“แจจุง? เมื่อกี้นาย..เพิ่งพูดว่า จะ แจจุง ใช่..มะ?”
ยูซอนพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ตามแบบฉบับของคนที่กำลังเมา
“คุณรีบลุกออกจากตัวผมเดี๋ยวนี้นะ!!!” จุนซูออกแรงผลักเต็มที่ ทำให้ร่างหนาลอยริ้วไปไกล หัวกระแทกกับพื้นอย่างจัง!
“โอ๊ยยยยย!!! หัวช้านนนนนนนนน~”
“ไอ้ยูซอนแกอยู่ช้างในรึเปล่าวะ! ฉันจะกลับแล้วนะเว้ย!!”
ซางมินก้าวเท้าเข้ามาในห้องน้ำ...ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือ ยูซอนนอนกึ่งหลับกึ่งตอนอยู่ที่พื้นที่ไม่ค่อยจะสะอาดเท่าไหร่ กับอีกหนึ่งร่างบางที่ทั้งตัวแดงไปหมด...
“เฮ้ย!! นี่แกเมามากไปแล้วใช่ไหมเนี่ย??? โอ๊ยๆๆๆ ฉันไม่ลากแกกลับนะเว้ย!! แล้วมานอนทำป๊าอะไรตรงนี้เนี่ย!” ซางมินย่อตัวลงข้างยูซอน
“เจ็บ” คำที่ออกมาจากปากยูซอนคือ ‘เจ็บ’ สั้นๆง่ายๆแต่ไม่ได้ให้ใจความสำหรับซางมิน
“เจ็บบ้าเจ็บบออะไรกัน ลุกๆ”
ขณะที่ซางมินกำลังช่วยพยุงกึ่งลากกึ่งดึงยูซอน แต่สายตาไม่ได้หยุดที่ร่างหนาหน้ากุ๊กไก่ตรงหน้า แต่เหลือบไปเห็นร่างบางที่นั่งสั่นเทาอยู่ พรางก้มหน้ามองดูแขนตัวเอง
ทำไมที่แขนเป็นอย่างนั้นล่ะ?
เกิดคำถามมากมายขึ้นมาในสมองของซางมิน คิดพิจารณาดูแล้วสงสัยอาจจะแพ้อาหาร หรือไม่ก็แพ้ยา แต่ทำไมมันขึ้นเยอะขนาดนั้นน่ะ? ที่หน้าก็มีด้วยเหรอ?
“คุณฮะ..เป็นอะไรมากรึเปล่า? ทำไมผืนถึงขึ้นเยอะแบบนั้นละครับ?”
เพื่อให้ได้คำตอบที่คลายความสงสัยร่างสูงจึงตัดสินใจถามออกไป รู้ทั้งรู้ว่าร่างบางนั้นคงไม่ต้องเขาง่ายๆหรอก
“เป็นเพราะเพื่อนคุณนั้นต่างหากล่ะ!!! “ ร่างบางระงับอารมณ์ไม่อยู่แล้ว..ทั้งที่เป็นคนใจเย็น แต่วันนี้มันทนไม่ไหวจริงๆ คราวนี้ถือว่าเป็นหนักเลยที่เดียว ผืนสีแดงจัดปรากฏอยู่บนส่วนที่ไม่มีเสื้อผ้าปกปิด หากไม่สังเกตดูดีๆคงไม่รู้สึกว่ามีผืนขึ้นเยอะขนาดไหน
“เพื่อนผมงั้นหรอ ไอ้บ้านี่เอาอะไรให้คุณกินงั้นหรอ?”
ร่างสูงถามกลับไปอีกครั้ง..นั่นสิ เหตุผลที่ผืนจะขึ้นมันก็มีไม่กี่อย่าง หนึ่ง..แพ้อาหาร หรือไม่ก็ สอง..แพ้ยาและเครื่องสำอาง
แต่ร่างหนาที่นอนแผ่อยู่ตรงนี้คงไม่ได้ให้ร่างบางนั้นกินอะไรที่ผิดสำแดงหรอกนะ จริงมะ?
แจจุงเห็นว่าจุนซูหายไปนานเกือบสามสิบนาทีได้แล้วจึงสงสัย..พาร่างตัวเองไปยังห้องน้ำของผับ แต่ในขณะเดียวกันก็มีใครบ้างคนตามเข้าไปด้วย...??
“จุนซู..นาย.. อีกแล้วหรอ?”
แจจุงเห็นจุนซูนั่งก้มหน้านิ่ง และสังเกตได้จากผิวที่แดงจัด คงเกิดเรื่องแบบนั้นอีกแล้วสินะ
แจจุงเข้ามาลูบหลังจุนซูอย่างปลอบโยนแล้วดึงตัวจุนซูให้ยืนขึ้นก่อนที่สายตาจะไปเจอกับ ยุนโฮ! ที่เดินตามเขาเข้ามา
แจจุงตกใจเล็กน้อยที่เห็นยุนโฮอยู่ตรงหน้า...
“แจจุง? นี่นายมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย?” ไม่ทันทีแจจุงจะได้คลายความตกใจที่เกิดขึ้นตรงหน้า ซางมินที่ยืนอยู่ข้างหลังแจจุงเอยถามขึ้นมา
แจจุงหันไปมองซางมินและยูซอนที่นอนหมดสภาพลงไปกองกับพื้นสลับกันไปมา เพราะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ซางมินลุกขึ้นมาพร้อมๆกับพยุงยูซอนผู้ก่อคดีที่ทำให้จุนซูเพื่อนรักของแจจุงอาการกลัวผู้ชายกำเริบ
“นายมาทำอะไรที่นี่หรอ?” ซางมินย้ำคำถามอีกครั้ง
“..........” แจจุงยังคงเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างบาง
สายตาพรางมองหน้ายุนโฮ..แต่สายตาที่สบกันมันทำให้แจจุงรีบก้มหน้า
“แจจุง..รู้จักคนพวกนี้ด้วยงั้นหรอ?” จุนซูถามเสียงเบา
ไม่มีเสียง...แจจุงได้แต่พยักหน้า..
“ว่าไงล่ะ? ทำไมนายไม่ตอบล่ะ แจจุง?”
“ฉัน..มาทำงานน่ะ” แจจุงตอบออกไปพร้อมกับพาร่างตัวเองและจุนซูออกไปจากห้องน้ำ
“ทำงานหรอ?” ซางมินพูดเสียงสูง
“เมาแล้วหรอ?” ยุนโฮชี้นิ้วมายังยูซอน
“อือ งั้นฉันพาไอ้บ้านี้กลับก่อนนะ แล้วเจอกัน”
“อืม”
“อู้ยยยย~~ เจ็บบบบบบบ~~~ หัวช้านนนนนนน”
ยูซอนยังคงลูบหัวตัวเองปอยๆ
ทำงานงั้นหรอ? หาความสุขใส่ตัวเองมากกว่าน่ะสิ